คุณภาพ ของประชากรมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ ธุรกิจสำนักพิมพ์และหนังสือจึงมีส่วนช่วยส่งเสริมและผลักดันให้ประชาชนเกิด การเรียนรู้ ซึ่งที่ผ่านมาคนไทยให้เวลากับการอ่านหนังสือค่อนข้างน้อย อาจเนื่องจากใช้เวลาส่วนมากหมดไปกับสื่อบันเทิง ทั้งโทรทัศน์ วิทยุ ภาพยนตร์ แผ่น VCD/DVD ประกอบกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ทำให้การค้นคว้าหาความรู้สามารถทำได้ง่ายและรวดเร็วโดยใช้สื่ออินเทอร์เน็ต
อย่างไรก็ตาม การผลักดันให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ รวมถึงการยกระดับมาตรฐานงานพิมพ์ของไทยที่มีการพัฒนามาโดยตลอด เพื่อก้าวสู่ความเป็นศูนย์กลางการพิมพ์ในภูมิภาคอาเซียน (Asian Printing Hub) นับว่าเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ตลาดหนังสือของไทยยังขยายตัวได้ ส่งผลถึงธุรกิจสำนักพิมพ์ในประเทศมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ทั้งในด้านปริมาณและประเภทสิ่งพิมพ์ โดยในปี 2551 จำนวนหนังสือใหม่ที่เข้าสู่ร้านหนังสือเฉลี่ยประมาณ 1,112 ชื่อเรื่องต่อเดือน เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.4 จากปีก่อนหน้า ส่วนสำนักพิมพ์เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.3 อยู่ที่ 512 สำนักพิมพ์ [1] และจำนวนร้านหนังสือเพิ่มขึ้นร้อยละ 29.8 อยู่ที่ 2,483 ร้าน
โดยคาดว่าในปี 2552 ตลาดหนังสือในประเทศยังคงขยายตัวได้ แต่ด้วยอัตราที่ชะลอลง และมีแนวโน้มที่การแข่งขันจะรุนแรงขึ้น เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องพื้นที่การวางสินค้าของร้านหนังสือ และกำลังซื้อของประชาชนที่ยังคงชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจ ส่วนตลาดต่างประเทศ การ ยกระดับในงานพิมพ์ของไทยให้เป็นที่ยอมรับจากต่างชาติส่งผลให้มูลค่าการส่ง ออกหนังสือและสิ่งพิมพ์ของไทยขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และยังมีความต้องการนำเข้าเพิ่มขึ้นจากประเทศในแถบเอเชีย คาดว่าปี 2552 มูลค่าการส่งออกหนังสือและสิ่งพิมพ์ของไทยจะขยายตัวร้อยละ 1-2 จากปีที่แล้ว โดยตลาดส่งออกสำคัญ คือ ประเทศในภูมิภาคเอเชีย
ดังนั้น ในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว ผู้บริโภคมีกำลังซื้อลดลง สำนักพิมพ์ควรเร่งปรับตัวเพื่อเพิ่มยอดขายและสร้างช่องทางการตลาด โดยเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ เลือกเรื่องที่มีเนื้อหาสาระน่าสนใจ ทันตามกระแสสังคมและทันต่อเหตุการณ์ในขณะนั้น สอดคล้องกับช่วงงาน/เทศกาลต่างๆของปี ซึ่งหนังสือนิยาย/วรรณกรรมและการ์ตูนยังคงเหมาะสำหรับกลุ่มเด็กและเยาวชน ส่วน ธรรมะประยุกต์ แนวสร้างสรรค์พัฒนาตนเอง และกระแสเหตุการณ์ปัจจุบัน ยังคงอยู่ในความสนใจของกลุ่มคนวัยทำงาน
อีกทั้ง ควรใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ออกแบบรูปเล่ม/หน้าปกให้มีรูปลักษณ์สวยงาม สะดุดตา ใช้กระดาษที่มีคุณภาพ อาทิ เช่น กระดาษถนอมสายตาซึ่งเป็นแนวใหม่ที่เริ่มเป็นที่นิยมในหมู่นักอ่าน รวมถึงการประสานสื่อสมัยใหม่เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกแก่ผู้อ่าน และที่สำคัญควรมีราคาที่ไม่แพงจนเกินไป สอดคล้องกับกำลังซื้อของกลุ่มเป้าหมายและต้นทุนการผลิตที่แท้จริง การขยายช่องทางการตลาด วางแผนการโฆษณา/ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆอย่างต่อเนื่อง การจัดโปรโมชั่น/ส่วนลดสมาชิก เพื่อจูงใจให้ผู้อ่าน/สมาชิกซื้อหนังสือบ่อยขึ้น หรือให้สิทธิในการจองซื้อหนังสือก่อนลูกค้าปกติ เป็นต้น รวมถึงการเลือกทำเลที่ตั้งร้านหนังสือก็ เป็นส่วนสำคัญ โดยควรเลือกจุดตั้งร้านที่เป็นแหล่งชุมชนตรงตามกลุ่มเป้าหมาย เดินทางสะดวก มีที่จอดรถรองรับ พร้อมทั้งประเมินศักยภาพของคู่แข่งในกรณีที่มีร้านหนังสืออื่นในพื้นที่ เดียวกัน เป็นต้น
สำหรับสำนักพิมพ์ขนาดใหญ่ที่มีร้านหนังสือเป็นของตนเองควรปรับเปลี่ยนรูปแบบของร้านหนังสือให้ดูทันสมัย เพื่อดึงดูดความสนใจลูกค้าทุกวัย รวมถึงการเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าเพื่อนำฐานข้อมูลมาใช้วางแผน การตลาดของร้านหนังสือและสำนักพิมพ์ต่อไป ส่วนสำนักพิมพ์ขนาดเล็กที่ ไม่มีโรงพิมพ์และร้านหนังสือเป็นของตน ก็ควรหาช่องทางการผลิตที่มีคุณภาพและต้นทุนไม่สูงนัก อีกทั้งแสวงหาช่องทางการตลาดที่สามารถกระจายหนังสือได้ตรงตามกลุ่มเป้าหมาย สอดคล้องกับแนวหนังสือของสำนักพิมพ์ และอาจอาศัยเทคโนโลยีเป็นตัวช่วย เช่น การขายตรงผ่านสื่ออินเทอร์เน็ต เป็นต้น เพราะ จากภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัวทำให้ธุรกิจสำนักพิมพ์มีการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น เพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งตลาด สำนักพิมพ์ขนาดใหญ่จึงได้เปรียบสำนักพิมพ์ขนาดเล็ก เนื่องจากมีเครือข่ายการผลิตครบวงจร เทคโนโลยีที่ทันสมัย และเงินทุนที่เข้มแข็งกว่า
ที่มา: http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/business/business/20090718/61016/กสิกรไทยคาดตลาดหนังสือปี-52-ขยายตัวลดลง.html
คำถามท้ายเรื่อง
ข้อ 1. ปี 2552คาดว่ามูลค่าการส่งออกหนังสือและสิ่งพิมพ์ของไทยจะขยายตัวร้อยละเท่าใดจากปีที่แล้ว
ข้อ 2. ตลาดที่สำคัญในการส่งออกหนังสือและสิ่งพิมพ์ของไทย คือ ตลาดในภูมิภาคใด
ข้อ 3. ในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว ผู้บริโภคมีกำลังซื้อลดลง สำนักพิมพ์ควรเร่งปรับตัวเพื่อเพิ่มยอดขายและสร้างช่องทางการตลาด ในการจำหน่ายอย่างไรเพื่อให้สอดคล้องกับสภพทางเศรษฐกิจ